สุรินทร์..วิถีธรรมชาติ
posted on 20 Mar 2008 11:56 by individuctสุรินทร์..เมืองที่มีมิติที่หลากหลาย
หากจะมองจากความคุ้นเคยของคนไทยแล้วก็อาจคิดถึงว่าเป็นเมืองช้าง เมืองผ้าไหมหรือไม่ก็เมืองข้าวหอมมะลิ ซึ่งก็มิผิดแต่ประการใด แต่หากมองลึกลงไปอีกซักนิสสจะพบว่า "เมืองช้าง" นั้นหมายถึง "เป็นเมืองที่ได้รับวัฒนธรรมการเลี้ยง การดูแล รวมถึงการใช้ชีวิตร่วมกับช้างตั้งแต่เล็กจากวิถีและวิธีของเผ่ากูยหรือโกย" (ในข้อนี้มีการนำไปเขียนการ์ตูนยี่ปุ่นเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับสัตวแพทย์ที่มีหูดีเป็นพิเศษ) แต่คนไทยเองอาจไม่ค่อยรู้ ในส่วนของ "ข้าวหอม" นั้นหากบอกแค่นี้คงไม่ต่างอะไรกับจังหวัดอื่น แต่มันพิเศษยังไงล่ะ อย่างแรกก็คงเป็นข้าวหอมที่ปลูกที่ "ทุ่งกุลาร้องไห้" ซึ่งเป็นพื้นที่อันเหมาะสมที่จะปลูกข้าวได้รสชาตและกลิ่นหอมที่ดี อย่างที่ 2 คือเป็นเมืองที่ส่งออกข้าวหอมมะลิมากที่สุดในประเทศไทย (ต่างประเทศเค้าคัดคุณภาพมาก่อนนะ) อย่างที่ 3 คือ เป็นเมืองที่การเกษตรมีการพัฒนา ซึ่งใช้หลักวิชาการเป็นพื้นฐาน แต่เน้นที่การทดลองปรับใช้จริงของเกษตรกรตัวอย่าง และยังมีการคิดค้นวิธีใหม่ๆ ในการปลูกอีกด้วย จนได้รับฉายา "ราชินีข้าวหอมมะลิ" เรื่องรสชาตไม่ต้องพูดถึง ทั้งหอม ทั้งนุ่มเหนียว รสสัมผัสก็เนียนนุ่มแต่จะให้ได้ของจริงต้องไปซ้อที่สุรินทร์โน่นล่ะ ที่ขายอยู่ในกรุงเทพอะนะคนสุรินทร์เค้าสงสัยว่ามาซื้อข้าวกรูไปตอนไหน? เว้นอยู่บางเจ้าที่เค้าไปช่วยกันกับที่สุรินทร์มาตั้งแต่แรก จริงๆ ยังมีอีกแต่แค่นี้ก็คงพอ
ปรัชญาในการทำการเกษตรที่สุรินทร์เลือกมาคือ "ความพอเพียง" ซึ่งกลายมาเป็น "เกษตรอินทรีย์" ซึ่งเป็น "วิถีที่ใช้วิธีการทำเกษตรร่วมกับธรรมชาติ" คือ ไม่มี สารเคมีในทุกกระบวนการจนบรรจุซอง มีปุ๋ยได้ แต่ต้องเป็นปุ๋ยที่ใช้ของธรรมชาติเท่านั้น วิธีี้ลำบากมากในช่วงแรก เพราะผลผลิตน้อยลงมาก แมลงจะกัดกินพืช ปัญหาอีกเยอะที่จะตามมา ต้องดูแลเหมือนลูกหลานที่เดียว เกษตกรหลายคนที่ทำสำเร็จ เค้าจะภูมิใจมากๆ ที่เค้าได้อนุรักษ์ธรรมชาติไปด้วย พร้อมๆกับที่ค้าขายได้ อีกอย่าง ข้อมมะลิเกษตรอินทรีย์สุรินทร์ที่เป็นข้าวใหม่ อะนะครับ ขอบอกเลยว่า ข้าวญี่ปุ่นที่หลายท่านชื่นชอบ อาจตกกระป๋องไปเลยที่เดียว
ผ้าไหมที่สุรินทร์ ก็ไม่ต้องสาธยายอะไรมาก เพียงแค่ในวังเลือกใช้ ผ้าไหมที่นี้ไปทอเป็นเสื้อผ้ารับรองพระราชอาคันตุกะของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในงานครองราชย์ครบ 60 ปี ก็หมายถึงว่า ระดับประเทศในจุดที่มีความสำคัญที่สุด
วัสดุธรรมชาติ สีธรรมชาติ กระบวนการไม่มีเครื่องจักรสมัยใหม่อย่างมอเตอร์ อะไรงี้ เห็นคุณยายนั่งปั่นได้กันสดๆ เห็นซากวัสดุกันเยอะแยะเลย
ข้าพเจ้าได้รับโจทย์งานซึ่งให้ออกแบบ Brand Identity ของจั้งหวัดนี้ มีความจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดของเมืองอย่างถี่ถ้วน รอบคอบแล้ว จึงกำหนดให้ Brand Positioning คือ "วิถีธรรมชาติ" แน่ล่ะประเทศนี้เป็นประเทศการเกษตร ใครๆก็ธรรมชาติกันทั้งนั้น ทว่าสุรินทร์ได้เป็นเมืองที่ "พูดก่อน" จึง "จับจอง" คำนี้ได้ก่อน ซึ่งเมื่อวันหลังมีจังหวัดใดทำเรื่องธรรมชาติในแง่ของแบรนด์ ็จะถูกมองว่า "ลอกเค้ามานี่หว่า! .. อิอิ"